082-8899-894 ถึง 7 | 088-12345-06 ถึง 10

“เจ้าสัววิชัย” คนไทยที่กุมหัวใจชาวเมือง เลสเตอร์

Nov 05, 2018 / 08:37   อ่าน : 239

“แม้ตัวจะจากไป แต่สิ่งที่คงเหลือไว้คือคุณงามความดี” คำกล่าวนี้ใช้ได้กับบุคคลในทุกแขนง แม้รวยล้นฟ้า แต่หากใจไร้ซึ่ง “เมตตา” ก็คงเป็นได้แค่มหาเศรษฐีธรรมดา ๆ คนนึง

และประโยคข้างต้น ดูจะคู่ควรเป็นที่สุดกับ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม “เจ้าสัววิชัย” มหาเศรษฐีชาวไทยเจ้าแห่งอาณาจักร “KING POWER” ที่มีใจรักในวงการกีฬา พร้อมประกาศศักดาโดยการสร้างเทพนิยายให้กับสโมสร “เลสเตอร์” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่แบบที่ไม่มีชาวเมืองหรือแฟนฟุตบอลคนไหนเคยคิดฝันมาก่อน

และหลังจากข่าวคราวการจากไปของคุณวิชัย ไม่ว่าจะเป็นวงการฟุตบอลที่เขาได้สร้างชื่อไปทั่วโลก หรือแวดวงธุรกิจก็ดี ผู้คนมากมายต่างสรรเสริญสิ่งที่คุณวิชัยได้สร้างไว้ เมื่อครั้งยังมีลมหายใจ

และวันนี้.. เราจะพาทุกท่านมาร่วมรู้ ร่วมรำลึก ถึงสิ่งต่างๆ ที่ “เจ้าสัววิชัย” ได้มอบไว้ให้กับ เลสเตอร์ และวงการฟุตบอล รวมทั้งวงการกีฬา แล้วคุณจะรู้ว่าเพราะอะไร ที่ทำให้คนมากมายถึงต่างยกย่อง และเศร้าเสียใจต่อการจากไปของ “เจ้าสัววิชัย” ยิ่งนัก


ทีมเลสเตอร์ ต้องขอบคุณ “การ์ด” ของ เชลซี

เจ้าสัววิชัยเป็นคนที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก และทีมที่ท่านเชียร์ในช่วงหนึ่งคือ “เชลซี” ถึงขนาดซื้อบ๊อกซ์วีไอเพื่อเอาไว้ชมเกม และซื้อโฆษณาบนป้าย รวมถึงการสนับสนุนแทบจะทุกช่องทางที่สามารถทำได้

แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าสัววิชัยกำลังจะเข้าไปชมเกมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ดันมีปัญหากับ รปภ. ของสนาม โดยสาเหตุเกิดจากการที่ รปภ. ใช้เครื่องตรวจร่างกาย แต่ดันทะเล่อทะล่าเกือบจะโดนหน้าของเจ้าสัววิชัย ทำให้ท่านต้องปัดป้อง จนเกิดเหตุบานปลาย

และนั่นคือจุดเริ่มต้น เจ้าสัววิชัยร่างจดหมดยาวและส่งตรงให้กับสโมสรถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และบอกว่าจะเลิกสนับสนุนทีมทุกช่องทาง และได้ตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า “วันหนึ่งจะซื้อทีมฟุตบอลมาสู้กับเชลซี”


มีแค่เงินกับใจที่รักฟุตบอลมันอาจไม่เพียงพอ จริงหรือ ?

หลังจากยุติความสัมพันธ์ในฐานะแฟนบอลรวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนของสโมสรที่ตัวเองชื่นชอบอย่าง เชลซี เมื่อได้ลั่นวาจาไว้กับลูกชายอย่าง “ต๊อบ” อัยยวัฒน์ ว่าจะซื้อทีม เมื่อมีโอกาสเข้ามา เจ้าสัวจึงไม่รีรอที่จะเจรจา

ในปี 2007 เจ้าสัวได้ติดต่อกับ เซอร์จอห์น มาเดจ์สกี้ เจ้าของทีมเร้ดดิ้ง ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาบนเวทีพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น ซึ่ง มาเดจ์สกี้ นั้นพร้อมที่จะขายทีมแต่ต้องขอคุยกับผู้ที่สนใจซื้อทุกคนก่อนในเวลานั้น

ด้วยความเจ้าสัววิชัยกับลูกชายอย่างคุณต๊อบในเวลานั้นมีเพียงแค่ใจที่รักในฟุตบอล และเม็ดเงินที่พร้อมจะซื้อทีม แต่สิ่งเหล่านี้นั้นกลับถูกประเมินว่าไม่เพียงพอต่อการต้องการทำทีมฟุตบอลสำหรับ เซอร์จอห์น มาเดจ์สกี้ จึงทำให้การเจรจาซื้อขายในครั้งนี้ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว


จากขอ “สปอนเซอร์” เลยเถิดถึงขั้น “ซื้อทีม”

เมื่อการเทคโอเวอร์ เร้ดดิ้ง ไม่ประสบผลสำเร็จในคราวนั้น ทำให้เจ้าสัวนั้นก็มุ่งมั่นกับธุรกิจ “KING POWER” ของตัวเองต่อไป รวมถึงมองว่าการซื้อทีมฟุตบอลในอังกฤษอาจจะเป็นเรื่องไกลตัวไปซะแล้ว

ทว่าในปึ 2010 “เลสเตอร์” ได้ทำการติดต่อมาหาเจ้าสัววิชัย โดยอยากจะขอสปอนเซอร์เป็นจำนวนเงินประมาณ 3 แสนปอนด์ แลกกับการแปะยี่ห้อ “KING POWER” ไว้บนหน้าอกของชุดแข่งสโมสร

เจ้าสัวได้ปรึกษากับลูกชาย โดยคุณต๊อบบอกว่า การซื้อสปอนเซอร์หน้าออกเสื้อมันแทบไม่ได้อะไรเลย คงไม่มีใครมาสนใจมากนัก เป็นเพราะในเวลานั้น เลสเตอร์ เป็นแค่ทีมระดับเดอะแชมเปี้ยนชิพ แถมยังเคยล่วงไปไกลถึงลีกวัน แต่เจ้าสัวคงมองเห็นอะไรบางอย่าง จึงอยากขอลองดูก่อน

แต่เมื่อเดินทางถึง วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ สโมสรเลสเตอร์ ในเวลานั้น หลังจากเยี่ยมชมสนาม ดูบรรยากาศโดยรอบต่าง ๆ แล้ว พอถึงเวลาเจรจา มิลาน มันดาริช เจ้าของ Leicester City ได้ทำแบบจำลองเสื้อโดยมี “KING POWER” แปะหราอยู่ที่หน้าอกเสื้อแล้ว พอเจ้าสัวเห็นดังนั้น ด้วยความที่ “เลสเตอร์” กับ “KING POWER” ใช้โทนสีน้ำเงินเข้มเป็นสีหลักเหมือนกัน จึงทำให้เจ้าสัวเปลี่ยนใจ จากแค่จะซื้อเพียงเพื่อสปอนเซอร์คาดอกธรรมดา กลับเลยเถิดไปจนถึงขั้นขอซื้อสโมสร


ดำเนินการแบบมืออาชีพ ไม่ฉาบฉวย ไม่ทำเหมือนทีมเป็นแค่ “ของเล่นคนรวย”

การเจรจากับ มิลาน มันดาริช จบลงด้วยตัวเลข 40 ล้านปอนด์ หลังดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม 2010 เจ้าสัวและลูกชายได้ลุยเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบภายในสโมสรแห่งนี้ จัดการปัญหาภายในต่าง ๆ ให้เข้ารูปเข้ารอย ค่อย ๆ ยกระดับทีม จากทีมหนีตกชั้นสู่ลีกวัน กลายมาเป็นทีมระดับลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้น

ในปี 2013 เจ้าสัวและเลสเตอร์เกือบจะได้ขึ้นมาโลดแล่นบนลีกสูงสุดแล้ว แต่กลับต้องแพ้ให้วัตฟอร์ดในนัดชิง ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดอย่างมาก อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นพวกเขาก็จะได้กลับมาสูดบรรยากาศอันหอมหวานของลีกสูงสุดอังกฤษอีกครั้งแล้ว

แต่หลังจากผิดหวังในรอบเพลย์ออฟ คราวนี้เลสเตอร์ พร้อม “เดินต่อ ไม่รอแล้วนะ” เมื่อซีซั่นต่อมา ด้วยทัพนักเตะตัวหลักจากปีก่อนที่อยู่กันพร้อมหน้า เสริมทัพด้วยการซื้อ ริยาด มาห์เรซ ทำให้คราวนี้ ทีมจิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์พร้อมสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาบนพรีเมียร์ลีกแบบม้วนเดียวจบ ท่ามกลางความชื่นมื่นของคนในทีม รวมถึงชาวเมืองเลสเตอร์ ที่คอยจะเห็นทีมได้กลับมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้ง


ปลูกถ่ายความทะเยอทะยาน วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สู่เทพนิยายลูกหนังของ “เลสเตอร์”

เมื่อพา ทีมเลสเตอร์ กลับมาอยู่บนลีกสูงสุด แน่นอนล่ะ… สถานะที่ตามติดขึ้นมาด้วย คงไม่พ้นคำว่า “น้องใหม่” ผู้ต้องดิ้นรนและเสี่ยงที่สุดต่อการตกชั้น

แต่สิ่งที่ทำให้แฟนบอล เลสเตอร์ซิตี้ รู้สึกทึ่งกับความทะเยอทะยาน คือการประกาศกร้าวของเจ้าสัวที่ว่า “เราจะพาทีมขึ้นไปอยู่ท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก และจะไปเล่นแชมเปี้ยนลีกให้ได้ภายใน 3 ปี”

แฟนบอลทั่วไปที่ไม่ใช่ของ ทัพเลสเตอร์ ได้ยินดังนั้น จะเย้ยหยันหรือหัวเราะออกมาก็คงไม่แปลกอะไร เพราะซีซั่นแรกที่กลับขึ้นมา เลสเตอร์ ต้องหัวซุกหัวซุนดิ้นรนหนีการตกชั้น แต่เจ้าสัวก็ไม่ได้หวาดหวั่น ยังคงเชื่อมั่น เสริมทัพ และพร้อมสู่ต่อตามแนวทางของตัวเอง

ในฤดูกาลถัดมาใครจะไปเชื่อว่า จิ้งจอกสยาม ทีมเดียวกันกับที่ต้องหนีตกชั้นเมื่อปีก่อน จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เหนือเหล่าบรรดาทีมท็อปทั้งหลายอย่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูลและสเปอร์ส

สุดท้ายแล้วเจ้าสัวก็ทำได้สำเร็จ และพล็อตเรื่องมันก็สุดแสนวิเศษอย่างกับนวนิยาย เมื่อทีมที่ต้องตั้งแถวปรบมือต้อนรับแชมป์นั้นคือ “เชลซี” ซึ่งเป็นทีมที่ปลุกไฟให้กับเจ้าสัวได้เริ่มจาลึก
สร้างปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์ครั้งนี้ให้แก่เลสเตอร์

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลที่เกี่ยวข้องกับ “เจ้าสัววิชัย” คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเมืองเลสเตอร์นั้นยิ่งรักผู้ชายคนนี้ รวมถึงแฟนบอลทั่วโลกให้ความชื่นชม นั่นคือความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ของเจ้าสัวที่เผื่อแผ่ไพศาลไปถึงชุมชน ไม่ว่าจะกับเมืองเลสเตอร์เอง ที่เจ้าสัวมอบความสุขให้กับแฟนบอลในสนาม และนอกสนามจากเม็ดเงินกว่า 3 ล้านปอนด์ที่เจ้าสัวได้มอบให้แก่ชุมชนผ่านช่องทางต่าง ๆ

กับเยาวชนชาวไทยเองในโครงการ “ฟ็อกซ์ฮันท์” เจ้าสัวก็ทุ่มไม่อั้นกว่าปีละ 300 ล้านบาท แม้จะยังไม่เห็นผลในเวลาอันใกล้ แต่เขาก็ได้ทำมันอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากวงการฟุตบอลแล้ว เจ้าสัวยังเป็นนายกสมาคมโปโลแห่งประเทศไทยคนแรก เรียกได้ว่าเป็นคนนำกีฬาชนิดนี้เข้ามาสู่ประเทศไทย และก่อตั้งสมาคมในปี 2547 พัฒนาสิ่งต่าง ๆ ในวงการ รวมถึงมีความสนิทสนมกับระดับพระราชวงศ์อันเก่าแก่อย่าง “ราชวงศ์อังกฤษ” อันเป็นที่มาของคอนเน็กชั่นมากมายในประเทศ

ความรักในกีฬาโปโลของเจ้าสัวนั้นมีมาก ถึงขนาดทุ่มเงินสดกว่า 10 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อสนามโปโลกลางกรุงลอนดอนที่เคยไปใช้ประจำ และเปลี่ยนชื่อหลังจากนั้นเป็น “คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค”

ธารน้ำใจของเจ้าสัวยังหลั่งไหลไปถึงโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของ “ตูน บอดี้สแลม” ด้วยการร่วมสมทบทุนคนเดียวกว่า 100 ล้านบาท

และนี่คือเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ที่พอได้รับรู้แล้วไม่น่าเชื่อว่า ในโลกเราจะมีคน ๆ หนึ่งที่สามารถทำอะไรได้มากมายถึงเพียงนี้ อาจมีใครจะข่อนคอดว่าเป็นเพราะเขารวย แต่หากไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย มันก็เท่านั้น เราควรให้น้ำหนักกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น

“แม้รวยล้นฟ้า แต่หากใจไร้ซึ่งเมตตา คงเป็นได้แค่มหาเศรษฐีธรรมดาๆ คนนึง”


สนใจ สมัครแทงบอล IBCBET ฝากถอน 24 ชั่วโมง ทางเรามีพนักงานสาวสวยไว้บริการ สามารถติดต่อได้ที่

แชทสด คลิ๊ก >> Line : @ibcthai (มี @ ด้านหน้า)

Call : 082-8899-894 ถึง 7 | 088-12345-06 ถึง 10

Facebook : www.facebook.com/ibcthai


Tags : คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา, เจ้าสัววิชัย, เลสเตอร์ ซิตี้
CALL
LINE
สมัคร
โปรฯ
qrcode