082-8899-894 ถึง 7 | 088-12345-06 ถึง 10

ส่องจุด “พลิกฟื้น” ของ แมนยูฯ ที่ควรเร่งปรับแก้ ก่อนหวนคืน ลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก

Feb 04, 2019 / 11:11   อ่าน : 1789

หลังจากการเข้ารับช่วงต่อของกุนซือคนใหม่ และการจากไปของ โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะสร้างความหวังให้เป็นเรื่องที่น่าโล่งใจ ที่ถึงเวลา พลิกฟื้น” แมนยู สักที กับปัญหาสะสมค้างคา จะได้รับการรีเซ็ตและปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะในเรื่องของบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างโค้ชกับนักเตะในทีม และการกระตุ้นให้นักเตะมีใจทุ่มเท

และนั่นก็เป็น ทัศนคติ ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือรายใหม่ ที่ยังอาจถูกมองว่าเป็นเพียงการขัดตาทัพชั่วคราว แต่ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งสิ่งแรกที่ โซลชาร์ ได้พยายามนั่นก็คือ การสร้างบรรยากาศในแง่บวกและนำวิสัยทัศน์ใหม่ในการทำทีม ที่เล็งเห็นว่าเอกลักษณ์สไตล์การเล่นในอดีตยุครุ่งเรืองควรจะต้องถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะนั่นคือความเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามเป้าหมายของ โซลชาร์ อาจจะฟังดูดีรวมทั้งผลงานในช่วงระยะแรกที่เข้ามาคุมทีมก็เปิดตัวไปได้อย่างไม่ขี้เหร่ จุดความหวังเล็ก ๆ ของบรรดาสาวก ปีศาจแดง ขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่า ! ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลากหลายตัวแปรที่รอการพิสูจน์ และจุดอ่อนที่รอการแก้ไข

ส่องจุด “พลิกฟื้น” แมนยู ที่ต้องเร่งแก้ไขมีอะไรบ้าง

เริ่มที่รื้อฟื้นความเป็นเอกลักษณ์ของ แมนยูฯ กลับคืนมา

แนวคิดในการปรับแทคติกหันมาเน้นเกมส์รุกในสไตล์ขนานแท้ดั้งเดิม สิ่งนี้อาจทำให้เกมส์ดูสนุกขึ้นและเอาชนะทีมระดับรองได้ไม่ยาก แต่หากต้องเผชิญกับทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งเหนือกว่า หรือสูสีแล้วล่ะก็ แผนนี้จะมีประสิทธิภาพมั่นคงเพียงใด โดยเฉพาะกับการปรับยุทธศาสตร์กลางคันท่ามกลางทรัพยากรที่ถูกออกแบบมาจาก โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนเก่าที่อาจทำไว้ไม่สอดคล้องกับการพร้อมจะปรับเปลี่ยนแผนสักเท่าไร

ซึ่งนี่คือปัญหาอย่างแรกที่ต้องลุ้นให้ทรัพยากรเดิมในทีมมีความเข้ากันได้ และอีกข้อที่เป็นคำถามสำคัญนั่นก็คือ แผนสไตล์การเล่นที่จะนำกลับมาใช้เพื่อรักษาเอกลักษณ์นั้น ในปัจจุบันถือว่าสอดคล้องกับยุคสมัยที่แทคติกของคู่แข่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปมากแล้วหรือไม่


วินัยที่ไม่หย่อนยาน

ประเด็นต่อมาคือ เรื่องของความผ่อนคลายของนักกีฬาที่ต้องคู่กับวินัยที่ทุ่มเท นั่นคือโจทย์อีกข้อที่ โซลชาร์ และทีมผู้ช่วยจะต้องระมัดระวัง เพราะแม้ว่าบรรยากาศในทีมที่ผ่านมา กระแสจะเอาแต่โจมตีบุคลิกของ มูรินโญ่ แต่กระนั้นมันอาจมีความลับบางประการที่ใครไม่มาเจอเองอาจไม่เข้าใจ โดยเฉพาะการรับมือกับอารมณ์ศิลปินของ พอล ป็อกบา ที่แม้ผู้เล่นจะให้การตอบรับ โซลชาร์ เป็นอย่างดี แต่ในสถานการณ์ที่หวังเอาใจนักเตะก็อาจทำให้เปิดช่องบางอย่างที่หย่อนยานเกินไป ซึ่งโซลชาร์ รอรับการลองของได้ทุกเมื่อ


จะซื้อใครต้องไม่ยากเกินไป ผู้อำนวยการกีฬาต้องมีฝีมือ

ยังเป็นปัญหาเก่า ๆ ในเรื่องของการเสาะหาผู้อำนวยการกีฬาที่ต้องมีศักยภาพจริง ๆ จนวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการปรับแก้ได้อย่างเห็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพราะท่ามกลางสถานการณ์ “เร่งพลิกฟื้น” นี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นนำเข้าทรัพยากรรายใหม่มาเสริมอย่างเร่งด่วน คืออีกเรื่องที่ต้องทำ แต่มันจะเป็นไปได้ยากหากทีมยังไม่มีผู้อำนวยการกีฬาที่มีฝีมือ “มากพอ” ที่จะสามารถช่วยให้ทีมได้นักเตะเก่ง ๆ ตรงจุดเข้ามาเสริม แม้จะมีแมวมองชั้นเลิศแค่ไหนแต่ถ้าคุยไม่จบ แววตาอันเฉียบคมก็ไร้ค่าอยู่ดี

และหากยังเป็นแบบที่ผ่านมา จะซื้อใครแต่ละทีก็ได้ตัวแสนยากถูกตัดหน้า หรือต้องเจอข้อต่อรองที่สิ้นเปลืองแล้วล่ะ ผีแดงยุคนี้ก็คงต้องติดอยู่ในวังวนเดิม ซึ่งในขณะนี้ก็ยังคงสาละวนกับการตามจีบ มอนชี่ ผอ.กีฬา อาแอส โรม่า กันอย่างชนิดที่ว่าตามจีบมานานตั้งแต่ผู้อำนวยการกีฬารายนี้ยังอยู่กับ สโมสร เซบีย่า แม้จะประโคมข่าวเป็นระยะราวกับของง่าย แต่ในความเป็นจริงยากเสียยิ่งกว่ายาก เรื่องนี้ถือเป็น “ความเลินเล่อ” ที่ส่งผลมาจากอดีตกับการสบประมาทหน้าที่ตำแหน่งนี้ จนกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่น่าจะเข็ดไปอีกนาน หาก แมนยูฯ แก้ไขเรื่องนี้ได้จะถือเป็นการปลดล็อคครั้งใหญ่เลยทีเดียว


หาคู่ขาให้นักเตะที่ต้องการส่วนประกอบเสริม

ประเด็นต่อมาก็คือ การเสริม "จิ๊กซอว์" ให้กับทรัพยากรเดิมได้รับการขยายอานุภาพมากขึ้น อาทิเช่น ในรายของ โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างใหญ่ ที่ไม่ใช่สไตล์ฉายแววเพชรฆาตด้วยตัวเองได้ล้วน ๆ แต่จำเป็นต้องอาศัยผู้เล่น “สอดประสาน” ที่เข้าคู่ได้ดี และช่วยให้ ลูกากู เปล่งแสงความสามารถดูน่ายำเกรงขึ้นได้เหมือนครั้งเล่นในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

แม้ว่าการจะหานักเตะชั้นยอดอย่าง เอเดน อาซาร์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อาจมีทางเป็นไปได้สำหรับการโฟกัสให้นักเตะในทีม หันมาปรับสไตล์การเล่นที่จะเล่นเข้าคู่กับ ลูกากู ได้ เพราะหากคิดจะตัดช่องน้อยเลี่ยงใช้บริการ ลูกากู หรือเล็งที่จะปล่อยขาย และปล่อยให้นักเตะอยู่อย่างไม่มีใจ นั่นคือช่วงเวลาที่จะขาดทรัพยากรและตกเป็นรองทีมคู่แข่งสำคัญ


ให้ความสำคัญกับความเก๋าประสบการณ์

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่ปรากฏเป็น “จุดอ่อน” อยู่อีก ทั้งในด้านกองหลังที่แม้ว่าจะยังโชคดีอยู่บ้างที่ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ เริ่มหาฟอร์มเจอปรับตัวได้และดีวันดีคืน แต่ทว่ายังขาด “ความเก๋า” ในทักษะการยืนตำแหน่ง ซึ่งในด้านนี้มักจะทำได้ดีกับนักเตะที่เจนจัดประสบการณ์ บางทีการเลือกใช้บริการกองหลังสูงวัยและมีผลงานโดดเด่นในทีมอื่น ๆ เข้ามาเสริมบ้าง อาจเป็นอีกทางเลือกที่ดีแทนที่จ้องจะคว้าแต่ระดับของสดราคาแพง ซึ่งทางเลือกนี้ยังมีโอกาสที่จะเกิดการถ่ายทอดแนวทางการเล่น ให้บรรดาแผงหลังดาวรุ่งได้ซึมซับความรู้ได้ดีขึ้นอีกด้วย


กาบขวาต้องโละครั้งใหญ่ กาบซ้ายต้องกระตุ้น

อีกประเด็นที่ดูท่าจะต้องเยียวยาเร่งด่วนนั่นก็คือ ประสิทธิภาพของ “กาบขวา” ทั้งแผง ตั้งแต่แบ็คขวาไปจนถึงปีกขวา ที่ทุกวันนี้การทำเกมส์จำเป็นต้องเลี่ยงมาทางซ้ายตลอด แม้จะถือว่ามีตัวดาวรุ่งและรอการปรับตัวอยู่บ้าง แต่นาทีนี้ต้องใช้มาตรการเฉพาะหน้านำเข้านักเตะที่เปี่ยมศักยภาพเป็นการด่วน ในขณะที่ด้านของฝั่งแบคซ้ายแม้จะเล่นได้ในระดับที่ถือว่ายังโอเค แต่ปัญหาคือ อะไหล่เสริมยังมีน้อยเกินไป

ท้ายที่สุดนี้หากแผนการทำทีมของ โซลชาร์ คือการหวังจะนำเอาเอกลักษณ์ที่เคยรุ่งโรจน์ในอดีตของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาให้เด่นชัดกันจริง ๆ สิ่งที่จะต้องมี “เป็นที่สุด” ให้สมกับยี่ห้อนั่นก็คือ ผู้เล่นที่มีบุคลิค (ห้าว) หาญ มีความเป็นจอมทัพดุดันอยู่ในทีมให้ได้สักคน เช่นในยุค รอย คีน ที่ช่วยสร้างความฮีกเหิมพลิกฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง เพราะนั่นคือส่วนประกอบสำคัญที่แฟน แมนยูฯ น่าจะรอคอยอย่างเป็นที่สุด และสัมผัสถึงวิถีเบื้องลึกแห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างแท้จริง


สนใจ สมัครแทงมวย IBCBET ฝากถอน 24 ชั่วโมง ทางเรามีพนักงานสาวสวยไว้บริการ สามารถติดต่อได้ที่

แชทสด คลิ๊ก >> Line : @ibcthai (มี @ ด้านหน้า)

Call : 082-8899-894 ถึง 7 | 088-12345-06 ถึง 10

Facebook : www.facebook.com/ibcthai


Tags : ปีศาจแดง, แมนยู, โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์
CALL
LINE
สมัคร
โปรฯ
qrcode